วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เจ้าอาวาสมีคำสั่งให้พระภิกษุปฏิบัติกิจของสงฆ์หากขัดขืนอาจมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2517

        พระภิกษุจำเลยไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เวลาไปไหนไม่ลาเจ้าอาวาส นำบุคคลภายนอกและพระภิกษุวัดอื่นมาพำนักในกุฏิจำเลยโดยไม่บอกเจ้าอาวาสไม่ปฏิบัติกิจทางสงฆ์ตามที่เจ้าอาวาสบอก เจ้าอาวาสจึงออกคำสั่งให้จำเลยออกไปจากวัดภายใน 5 วัน จำเลยทราบแล้ว ครบกำหนดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร
        โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพระภิกษุ พำนักอาศัยอยู่วัดชนะสงสารพิทยาธร ได้ประพฤติตนกระด้างกระเดื่องไม่อยู่ในโอวาทของพระครูส้มเกลี้ยง อกิญจโน เจ้าอาวาส เจ้าอาวาสจึงออกคำสั่งให้จำเลยออก
ไปเสียจากวัดภายใน 5 วัน จำเลยทราบคำสั่งเกินกว่า 5 วันแล้ว จำเลยไม่ออกไปจากวัด จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 38 (2), 45 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368
        จำเลยให้การปฏิเสธ
        ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทำผิดพระธรรมวินัยและระเบียบแบบแผนที่เจ้าอาวาสกำหนดไว้บ้าง ยังไม่มีผลเสียหายรุนแรงถึงกับเจ้าอาวาสจะต้องออกคำสั่งขับไล่ให้ออกไปจากวัด ฉะนั้น แม้จำเลยจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ก็เป็นเรื่องที่มีเหตุผลสมควร
        พิพากษายกฟ้อง
        โจทก์อุทธรณ์
        ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสมีอำนาจสั่งให้จำเลยออกไปจากวัด จำเลยไม่ปฏิบัติ จำเลยต้องมีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 38 (2), 45 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ให้ปรับ 200 บาท
        จำเลยฎีกา
        ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำของพระครูส้มเกลี้ยงเจ้าอาวาส พระภิกษุฉลวย พระภิกษุสงวน และนายเฉียบพยานโจทก์ว่า จำเลยไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เวลาจำเลยไปไหนไม่ลาเจ้าอาวาส จำเลยนำบุคคลภายนอกและพระภิกษุวัดอื่นมาพำนักในกุฏิจำเลยโดยไม่บอกเจ้าอาวาส จำเลยไม่ไปปฏิบัติกิจทางสงฆ์ตามที่เจ้าอาวาสบอก วันที่ 3 มีนาคม 2514 เจ้าอาวาสจึงออกคำสั่งที่ 1/2514 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2514 ให้จำเลยออกไปจากวัดภายใน 5 วัน ให้พระภิกษุผิวไปตามจำเลยมาที่กุฏิเจ้าอาวาส และอ่านคำสั่งให้จำเลยฟัง จำเลยทราบแล้วไม่ยอมลงชื่อรับทราบคำสั่งครบกำหนด 5 วันแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรพยานหลักฐานจำเลยที่นำสืบว่าจำเลยได้พยายามปฏิบัติกิจของสงฆ์นั้นไม่น่าเชื่อ จำเลยเองรับว่าเคยมีพระภิกษุวัดอื่นมาพำนักในกุฏิของจำเลย จำเลยไม่ได้แจ้งให้เจ้าอาวาสทราบอ้างว่าพระภิกษุที่มาพำนักได้แจ้งต่อเจ้าอาวาสแล้วนั้น รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ได้ ส่วนเหตุต่าง ๆ ที่จำเลยนำสืบว่า เจ้าอาวาสประพฤติไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัยเป็นต้นว่า แกล้งหาเหตุเฆี่ยนตีลูกศิษย์ของจำเลย และเข้าใจผิดว่าจำเลยยุแหย่ให้บิดามารดาของลูกศิษย์จำเลยไปแจ้งต่อกำนัน เจ้าอาวาสแกล้งจำเลยให้ย้ายกุฏิ ชาวบ้านไม่เคารพนับถือเจ้าอาวาสเพราะมีพฤติการณ์เป็นที่น่ารังเกียจนั้น ข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวไม่ใช่เหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรที่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิด
        พิพากษายืน

(วิทูร เทพพิทักษ์-เสถียร ลิมปิษเฐียร-ศิริ อติโพธิ)
(ไม่มีข้อมูล)
แหล่งที่มา  กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา