วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560

พระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ.๒๕๖๐

พระราชบัญญัติ
มาตราการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล
พ.ศ.๒๕๖๐

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ  บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้  ณ.  วันที่  ๒๒  กันยายน  พ.ศ.๒๕๖๐
เป็นปีที่  ๒  ในรัชกาลปัจจุบัน

        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ  บดินทรเทพยวรางกูร  มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า  

        โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล
        จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา  ดังต่อไปนี้ 
        มาตรา  ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า  "พระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล  พ.ศ.๒๕๖๐"
        มาตรา  ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป้นต้นไป
        มาตรา  ๓  ในพระราชบัญญัตินี้
        "เงินสินบน"  หมายความว่า  เงินที่จ่ายให้แก่ผู้นำแจ้งความนำจับตามพระราชบัญญัตินี้
        "เงินรางวัล"  หมายความว่า  เงินที่จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามพระราชบัญญัตินี้
        "ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว"  หมายความว่า  บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแล  รับรายงานตัว  หรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว
        "ผู้แจ้งความนำจับ"  หมายความว่า  บุคคลเดียวหรือหลายคนซึ่งชี้ช่องหรือแจ้งเบาะแสแก่ทางราชการ  จนทางราชการสามารถจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลซึ่งหลบหนีได้แต่ต้องมิใช่เจ้าหน้าที่ผู้จับ  ผู้ประกัน  บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน  หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น
       "เจ้าหน้าที่ผู้จับ"  หมายความว่า  พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลซึ่งหลบหนี  และให้หมายความรวมถึงราษฎรผู้จับตามที่เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับขอความช่วยเหลือด้วย
        "ก.บ.ศ."  หมายความว่า  คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม
        มาตรา  ๔  ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรา  ๑๐๘  วรรคสาม  แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวก็ได้
        บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องมิใช่เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามที่  ก.บ.ศ.  กำหนด  ผู้ประกัน  บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน  หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว
        คุณสมบัติ  ลักษณะต้องห้าม  การแต่งตั้ง  และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้เป็นไปตามระเบียบที่  ก.บ.ศ.  กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        มาตรา  ๕  ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามมาตรา  ๔  มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย  เว้นแต่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้หลบหนีหรือไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายขึ้น  โดยผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่กรณี
        ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า  ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเป็นผู้ยากไร้และไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาลหรือเพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด  ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายค่าพาหนะแก่ผู้นั้นได้ตามความจำเป็น  ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบ  ก.บ.ศ.  โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        มาตรา  ๖  การขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตามมาตรา  ๕  วรรคหนึ่ง  ให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่หรือวันที่ได้รับแจ้งจากศาล  และให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวตามที่เห็นสมควร  โดยคำนึงถึงลักษณะของภารกิจและระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบด้วย  ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบ  ก.บ.ศ.  โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        คำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด
        มาตรา  ๗  เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลซึ่งหลบหนีและได้ส่งตัวต่อศาลแล้ว  ให้ผู้แจ้งความนำจับมีสิทธิได้รับเงินสินบน  และเจ้าหน้าที่ผู้จับมีสิทธิได้รับเงินรางวัล
        มาตรา  ๘  การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามมาตรา  ๗  ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาล  โดยผู้ร้องต้องแสดงพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว  และหากศาลพิจารณาเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้  ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามที่เห็นสมควร  โดยคำนึงถึงความยากง่ายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเป็นสำคัญ
        ถ้ามีผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับหลายราย  ให้ศาลสั่งแบ่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับเท่ากันทุกราย
        ผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินในลักษณะอย่างเดียวกันตามกฎหมายอื่นแล้วไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้  เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
        หลักเกณฑ์และอัตราในการจ่ายสินบนและเงินรางวัลตามมาตรานี้  ให้เป็นไปตามระเบียบที่  ก.บ.ศ.  กำหนด  โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
        มาตรา  ๙  การเบิกจ่ายค่าตอบแทน  ค่าใช้จ่าย  ค่าพาหนะ  เงินสินบน  และเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้  ให้เบิกจ่ายจากเงินค่าปรับตามคำพิพากษาในคดีอาญา  ก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
        วิธีการเบิกจ่ายและรับเงินตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตามระเบียบที่  ก.บ.ศ.  กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        มาตรา  ๑๐  ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก  ประยุทธ  จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี