วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พ่อไม่ได้สมรสกับแม่ไม่มีสิทธิรับมรดกของลูก

ฎีกาที่ 1625/2550

          ผู้คัดค้านที่ 1 มิได้จดทะเบียนสมรสกับผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นมารดาของผู้ตาย และผู้คัดค้านที่ 1 มิได้อ้างหรือนำสืบว่า ผู้คัด ค้านที่ 1 อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้คัดค้านที่ 2 ก่อนมีการบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ซึ่งได้ใช้บังคับโดยพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช 2477 จึงต้องฟังว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะแสดงออกโดยเปิดเผยว่าผู้ตายเป็นบุตร ยอมให้ผู้ตายใช้ชื่อสกุล และมีพฤติการณ์อื่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ตายเป็นบุตรนอกกฎหมายที่ผู้คัด ค้านที่ 1 ได้รับรองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ก็ตาม แต่ผลของบทกฎหมายดังกล่าวเพียงแต่ให้ถือว่าบุตรนั้นเป็นผู้สืบสันดานเหมือน กับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิได้รับมรดกของบิดาเท่านั้น หา
ได้มีผลทำให้บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิ ได้รับมรดกของบุตรในฐานะทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 ด้วยไม่ ผู้คัดค้านที่ 1 จึงมิใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกของผู้ตาย ไม่มีสิทธิคัดค้านหรือร้องขอต่อศาลให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

          ปล.ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตาย (เจ้ามรดก) อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นแม่ของผู้ตาย (จ้ามรดก) โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  ฉะนั้นพ่อของผู้ตาย (เจ้ามรดก) จึงไม่ใช่พ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย  และไม่ใช่ทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดก  และไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก  จึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก  หรือคัดค้านการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของทายาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นก่อนการยื่นคำร้องขอแต่งตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกหรือคัดค้านการขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก  พ่อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสมควรยื่นคำฟ้องหรือคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวฯเพื่อให้ตนเองได้เป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายซะก่อน