วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โทษในคดียักยอก

ฎีกาที่ 6899/2550

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในทำนองว่ามิได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโจทก์ร่วมแต่กลับยักยอกเงินของโจทก์ร่วม
จำนวนมากถึง 200,000 บาท โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สร้างความเสียหายให้แก่โจทก์ร่วมแล้วยังเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้เช่าอีก กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งพยายามหาเงินมาใช้คืนโจทก์ร่วมก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยให้เบาลงอีกและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

         ปล.คดีนี้ในเมื่อจำเลยไม่ได้มีการบรรเทาผลร้ายด้วยการหาเงินมาชำระคืนให้กับผู้เสียหาย จำเลยจึงไม่ได้รับความปราณีจากศาล